เรื่องมีอยู่ว่า ป้าท่านหนึ่งได้เคยอยู่อาศัยกับน้องชายน้องสะใภ้เเล้วก็เเต่งออกตามสามีไปอยู่อีกจังหวัดนึง น้องชายเเละน้องสะใภ้ได้เลี้ยงดูส่งเสียน้องของป้าอีก 5 คนป่วยสามคน เรียนนอกอีกหนึ่งคน เมื่อเวลาตายก็ได้ครอบครัวน้องสะใภ้เป็นตัวหลักในการจัดการทุกงาน จนกระทั่งน้องที่เป็นครูเสียชีวิต พี่สาวป้าท่านนี้ก็ยังนึกว่า ครอบครัวน้องชายได้เงินจากศพน้องเยอะมาก จนเคยถามว่า ได้เยอะหรือปล่าว เเต่จริงเเล้วตอนที่จัดงานติดลบตลอดทุกครั้ง ต่อมาที่ราชพัสดุต้องการเวนคืนที่ดิน ครอบครัวน้องชายเลยได้เซ้งร้านต่อเเล้วให้สะใภ้ขายของอยู่ช่วงเวลานึง ครึ่งปีป้าก็กลับมาเเล้วทำร้านที่สะใภ้ทำต่อโดยของเต็มร้าน ป้าได้สั่งเสียพร้อมฝากเงินชาปณกิจไว้กับลูกสาวของพี่สาวที่คิดว่าไว้ใจได้ เเกได้นำเงินส่วนนึงมาฝากไว้ที่ครอบครัวน้องชายเเล้วบอกว่าไม่ต้องบอกให้พี่สาวรู้เพราะว่าพี่สาวป้าชอบบริหารเงิน โดยปกติป้าจะฝากเงินไว้กับพี่สาวของเเก เเต่ตอนหลังมาฝากกับน้องชายเเทนเพราะกลัวพี่สาวจะเอาไปบริหารหมด
เเต่เมื่อเวลาเเกป่วยในช่วงบั้นปลายของชีวิต ป้าท่านนี้เป็นอัมพาตก็ได้หลานอีกคนที่เลี้ยงมาเสมือนลูกนี่ละเป็นคนดูเเลเเรมเดือนเเละได้ครอบครัวน้องชายคอยส่งอาหารเป็นระยะๆ หลานคนนี้ถูกครอบครัวที่เป็นลูกสาวพี่สาวปณกิจนี้พูดจาไม่ดี+ปฏิบัติไม่ดีหลายๆครั้งจนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนวันเสียชีวิตลูกสาวพี่สาวป้าก็วิ่งมาสั่งว่ารับจัดการเรื่องครัว มีเงินสำรองจ่ายหรือปล่าว วันที่เเกเสียชีวิตก็ได้ครอบครัวของน้องชาย ช่วยกันนำศพออกจากรพ. ครอบครัวของน้องชายเห็นไม่ดีก็ตระเตรียมการเตรียมวัด ขยายรูป ทำการ์ด หาถ่านมาเผาศพไว้ให้ เหนื่อยเเสนเหนื่อย รถก็ไม่มี ครอบครัวน้องชายป้าไม่ค่อยมีพาหนะอะครับ หลานสาวที่ฝากฝังไว้ก็ยังไม่เเยเเส ถามมาว่า ศพอยู่วัดหรือยัง เเล้วมางานตอนที่งานเรียบร้อยเเล้ว ครอบครัวพี่สาวป้ามาตอนศพมาถึงวัดเเล้วโดยอาสาหาเเม่ครัว+ดอกไม้ให้ เวลารดน้ำศพดอกไม้ก็ลืมจนเกือบไม่ทัน จนวันสุดท้าย ของงานศพ ลูกสาวพี่สาวป้าก็ขอกุญเเกบ้านป้า เเล้วบอกว่าหมดหน้าที่เเล้วกลับไปได้เเล้วละนะ จนกระทั่งวันลอยอังคารกลับมาเเล้วเอารูปไปไว้ น้ำท่วมบ้านเเละมีของเสียหายหลานสาวป้าก็บ่นๆๆๆ ว่าของเสียเเละบอกให้ทำ หลานชายลูกชายน้องชายก็เข้าไปช่วยรื้อกล่องออกเพราะสงสารหลานที่ดูเเลป้ามา ลูกสาวป้าเมื่อเห็นคนกลับไปก็เดินสำรวจถามไปถามมาก็ถามถึงกำปั่นที่เคยฝากไว้ เเละตกลงเริ่มเเบ่งของกันตอนนี้หลานชายง่วงมากบ่นว่าอยากกลับเเล้วละ เเต่ลูกสาวป้าก็คึกชิมิ เริ่มดูของต่างๆในบ้านเเล้วให้หลานชายขนกลับไปให้ วันต่อมาลูกสาวของพี่สาวป้าก็เอารถไปขนของ ชาวบ้านก็วิ่งมาถามที่บ้านน้องชายป้าขนมาหมดเเล้วเหรอ 555 ขำๆครับ อ่านถึงตรงนี้เเล้วเห็นว่า ลูกสาวพี่สาวนี่ก็ดับเบิ้ลเอเจ้นจริงๆเเฮะ
วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
การรักษาต้องใช้เวลา
ณ. โรงพยาบาลที่ไกลปืนเที่ยงเเห่งหนึ่ง ผู้เขียนขอเรียกว่าโรงพยาบาลใกล้เที่ยง เเล้ววันหนึ่งก็มีผู้ป่วยนามว่า สนฉันหน่อย ตะโกนว่า "คุณหมอขา!!! หนูปวดเเขนเหลือเกินค่า" หนูถูกตะขาบงับตั้งเเต่ 9 โมงเช้า เสร็จเเล้วคุณสนฉันหน่อยก็บีบเเขนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 11 โมงเช้า ก็มีพยาบาลฝึกหัดนางหนึ่งชื่อว่า กึ่มใหญ่ เป็นพยาบาลฝึกหัดเพิ่งมาฝึกงานเข้ามาดู เเล้วก็ถูกพยาบาลอีกนางหนึ่ง(กึ่มเล็ก) ใช้ให้ไปเอายา ด้วยความซื่อของกึ่มใหญ่ กึ่มใหญ่ก็ไปเอายามาทั้งยาเม็ดเเละยาฉีด กึ่มเล็กถามกึ่มใหญ่ว่า "ทามมายไม่ฉีดยาให้คุณสนฉันหน่อย ทิ้งไว้ได้ตั้งนาน" กึ่มใหญ่ตะโกนบอกว่า "เข็มหาไม่เจอคะ ตู้มันล็อค" ด้วยความรำคาญกึ่มเล็กเลยเดินเข้าไปจัดการฉีดยาให้อย่างเร็ว เฮ้อกว่าจะฉีดได้ใกล้เที่ยงสมชื่อโรงพยาบาลใกล้เที่ยง (นี่ผู้เขียนว่า ถ้างูเห่ากัด คงขึ้นสวรรค์เเหงๆ)
วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เปิดบล็อกของหนึ่งในตองอู & สู่รู้
บล็อกเเห่งนี้จัดทำเพื่อเเต่งนิยายบันเทิง เเบบว่าเกิดมาเพื่อความมันส์ ความสนุก ความฮา โดยเฉพาะ โดยทางผู้เขียนก็เเอบ คาดหวังรอยยิ้มเเละความสุขใจจากนักอ่านทุกท่าน เเละเเอบหวังอีกนิดว่าอยากมีเเฟนคลับเยอะๆ นะ
อ้อ นักเขียนท่านใดหรือท่านผู้อ่านท่านใดหลงมาเจอ ก็อย่าลืมคอมเมนต์นะ
อ้อ นักเขียนท่านใดหรือท่านผู้อ่านท่านใดหลงมาเจอ ก็อย่าลืมคอมเมนต์นะ
ป้ายกำกับ:
นิยาย,
นิยายบันเทิง,
บล็อก,
บันเทิง,
blog,
entertainment,
talk
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
